การพัฒนาการของการ์ดหน่วยความจำ
ปัจจุบันหน่วยความจำภายนอกหรือ memory card นั้นมีการพัฒนามาตั้งแต่ในยุคต้นทศวรรษ 90 ผู้บุกเบิกรายใหญ่ของโลกก็คือ SanDisk ซึ่งทำการพัฒนาหน่วยความจำแบบ Chip IC [ Integrated Circuit ] ซึ่งใช้อยู่ในแผงวงจรอิเล็กทรอนิคส์ต่างๆ ที่ต้องใช้การเชื่อมด้วยตะกั่ว มาเปลี่ยนรูปแบบให้อยู่ในลักษณะที่เป็นแพ็คเกจที่สามารถนำไปใช้แบบถอดเข้าออกกับเครื่องอ่านได้ขนาดและชนิดต่างๆ ซึ่งจะมีทนต่อการกระแทกได้ ทนต่อไฟฟ้าสถิตระดับต่ำๆ ได้ และภายในจะมีส่วนควบคุมการทำงานกับอุปกรณ์ตัวอ่านที่จะนำไปเชื่อมต่อเพื่อการทำงาน การอ่าน การเขียน และการลบข้อมูลต่างๆ กับตัว Memory card ตามคำสั่งที่ได้รับจากอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่ อาทิเช่น กล้องดิจิตอล เครื่องเล่น Mp3 เครื่องอ่านเขียนการ์ดต่างๆ โดยในปัจจุบันก็มีการพัฒนาประเภทของ memory card ชนิดต่างๆ มากมายออกมาใช้ ซึ่งจะแตกต่างกันในรูปแบบของขนาดเทคโนโลยีความจุ และการนำไปใช้
ประเภทของ memory card ต่างๆ
1.PCMCIA Card หรือ PC Card
เป็นจุดกำเนิดของ การ์ด เลยเหละ โดยถูกพัฒนาขึ้นมาจากอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ในยุคปลายทศวรรษที่ 80 จุดประสงค์คือต้องการให้คอมพิวเตอร์ Laptop สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอกได้ มีด้วยกัน 3 แบบคือ
1.PCMCIA Type I บางสุด
2. PCMCIA Type II แบบกลางๆ
3. PCMCIA Type III ใหญ่สุด
2. Compact Flash Card
เป็นการพัฒนาจาก PCMCIA Card ให้มีขนาดลดลงครึ่งหนึ่ง เพื่อให้สั้นลง และยังคงความสามารถในการจุความจำข้อมูล โดยในปี 1994 Kodak , Cannon , Polaroid ได้ร่วมกับ SanDisk เพื่อการพัฒนาหน่วยความจำแบบนี้ขึ้นมาซึ่งมีชื่อเรียกว่า Compact Flash หรือ CF Card โดยต้องการนำไปใช้กับอุปกรณ์ต่างๆ ในด้านการถ่ายภาพ เพื่อใช้ในการเก็บข้อมูลเป็นหลัก แต่ก็มีบ้างที่ถูกนำมาพัฒนาเป็นอุปกรณ์เสริมที่ใช้ต่อกับคอมพิวเตอร์อย่าง Pocket PC หน่วยความจำสูงสุดในตอนนี้คือ 4GB ปัจจุบันใช้ในกล้องดิจิตอลลดลง แต่กลับไปเพิ่มที่ เครื่องเล่น mp3 อย่าง ipod Mini ของ apple เป็นต้น
3. Smart Media Card
เป็นการพัฒนาโดยการกำหนดมาตรโดย Olympus และ Fujifilm โดยใช้ในการเก็บข้อมูลของภาพดิจิตอลของ ทั้งสองบริษัทนี้ ซึ่งเป็นลิขสิทธิ์ โดยจุดที่ได้เปรียบของการ์ดรุ่นนี้คือ บางกว่า CF Card โดยทั้งสองประเภทถูกพัฒนาพร้อมๆกัน แต่ก็มีข้อเสีย ก็มีอยู่คือ การ์ดชนิดนี้จะเก็บได้แต่ข้อมูลอย่างเดียว ไม่มีความจำที่จะควบคุมการ์ด โดยส่วนควบคุมจะติดอยู่กับอุปกรณ์ที่ใช้ร่วมเท่านั้น การ์ดตัวนี้ไม่ค่อยจะแพร่หลายนัก เพราะเป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของ Olympus และ Fujifilm เท่านั้น ในปัจจุบันเลิกผลิตการ์ดนี้ไปแล้ว
4. MMC [Multimedia Card] และ RS-MMC [Reduced size MMC]
เริ่มต้นในปี 1997 โดย SanDisk ร่วมกับ Nokia และ Ericsson ได้ทำการพัฒนาหน่วยความจำแบบใหม่นี้มาใช้กับโทรศัพท์มือถือ จุดเด่นของการ์ดนี้คือ บางเพียง 1.4 mm. ซึ่งถือว่าบางที่สุดในขณะนั้น เหมาะสำหรับนำไปใช้อุปกรณ์ อย่างกล้องดิจิตอล โทรศัพท์มือถือ Pocket PC โดยปัจจุบันได้มีการพัฒนาความจุไปถึง 4 GB ปัจจุบันได้มีการพัฒนาให้มีขนาดเล็กลง เรียกว่า RS-MMC เพื่อใช้กับมือถือเป็นหลัก ซึ่งได้แก่รุ่นต่างๆ เช่น 7610 เป็นต้น
DVRS-MMC = มีขนาดเท่ากับ RS-MMC ระบบ dual volt (แรงดันไฟ 2 ระดับ) ใช้กับมือถือรุ่น 6630, 6670, 6680, 6681และใช้กับมือถือที่ใช้ MMC และ RS-MMC
5. SD Card [ Secure Disk Card ] Mini SD
การ์ดชนิดเริ่มขึ้นหลังจาก MMC อยู่ในตลาดได้ไม่นาน โดยที่ Toshiba และ Panasonic เป็นผู้กำหนดมาตรฐาน และได้ร่วมพัฒนาไปกับ SanDisk รูปร่างของ SD และ MMC จะมีความกว้างและความยาวเท่ากัน และ SD จะหนากว่า MMC โดยหนาประมาณ 2.1 mm. ซึ่งความหนานี้มีส่วนช่วยให้ความจุของการ์ดชนิดนี้มีมากขึ้น รวมถึงเรื่องขั้ว Connecter ของการ์ดจะมีความต่างจาก MMC อยู่ 2 ขา กล่าวคือใน MMC จะมีขาทั้งหมด 7 ขา ส่วนใน SD จะมี 9 ขา ซึ่งจุดนี่เองที่ทำให้ SD เป็นที่นิยมต่อจาก MMC เพราะสามารถโอนข้อมูลได้รวดเร็วกว่า MMC ถึง 2 เท่า กล่าวคือ ใน MMC ความเร็วในการโอนข้อมูลจะอยู่ที่ประมาณ 1Mbps ส่วนใน SD จะมีความเร็วของโอนข้อมูลอยู่ประมาณ 2 Mbps ส่วนฟังก์ชันที่เพิ่มเข้ามาใน SD คือ การป้องกันเขียนซ้ำได้ โดยจะมีตัวเลื่อนล็อคในด้านข้างของ SD แต่ MMC ก็ใช่ว่าจะเสียเปรียบทุกอย่าง มีข้อดีเหมือนกันตรงที่ว่า พื้นที่ในการเก็บทุก 64 MB จะมีการสูญเสียพื้นที่ประมาณ 0.5 MB ส่วนของ SD จะมีการสูญเสียในการเก็บ 64 MB อยู่ประมาณ 1.5 MB ซึ่งห่างกันมาก ส่วนความจุของ SD ก็มีตั้งแต่ 32 MB ไปจนถึง 32GB แล้ว
6. Memory Stick –,Memory Stick Pro –, Memory Stick Duo –,
Memory Stick Pro Duo , M2
Memory Stick เป็นการพัฒนาจาก Sony ซึ่งนำมาเก็บข้อมูลต่างๆ จากอุปกรณ์ของ Sony เอง เช่น กล้องถ่ายและบันทึกภาพ เครื่องบันทึกเสียง โทรศัพท์เคลื่อนที่ Palm และผลิตภัณฑ์ต่างๆ เป็นต้น ข้อเด่นของ การ์ดแบบนี้คือ กินกระแสไฟต่ำ การเขียนและอ่านรวดเร็ว โดยขนาดของความจุจะขึ้นอยู่กับแต่ละรุ่น เช่น memory Stick จะมีความจุ 256 MB และ memory Stick Duo จะมีความจุ 2 GB memory Stick Duo ถูกพัฒนาเพื่อให้ใช้ในเครื่องมือถือและกล้องดิจิตอลโดยเฉพาะ ที่ต้องอาศัยขนาดการ์ดที่เล็กมีความจุสูงสุดอยู่ที่ 256 MB และ Memory Stick Pro Duo จะมีขนาดเท่ากับ Memory Stick Duo แต่มีความจุมากกว่า ซึ่งสูงสุดอยู่ที่ 1 GB โดยที่จะมี Adapter ช่วยแปลงมาเป็น Memory Stick ได้อีกด้วย โดยปัจจุบันการ์ดรุ่นนี้จะใช้ใน มือถือของโซนี่อีริกสันหลายรุ่น เช่น P910i P900 K750i S700i เป็นต้น หรือ M2 เป็น Memory Stick ที่เป็นประเภทใหม่ ที่มีขนาด 1 ส่วน 4 เมื่อเทียบกับ Memory Stick Duo
M2 เป็นการร่วมมือระหว่าง 2 บริษัท นั่นก็คือ Sony กับ SanDisk
มีความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูลสูงสุด 160 Mbit/s (20 MB/s) ซึ่งการ์ดนี้จะเป็นการ์ดที่มีราคาค่อนข้างสูงมาก เมื่อเทียบกับการ์ดด้านบน
7. TransFlash Card หรือ Micro SD
เป็นการพัฒนาโดยความร่วมมือของ Motorola และ SanDisk โดยได้มีการพัฒนาให้เป็นการ์ดที่ใช้ในโทรศัพท์แท้จริง เมื่อมันมีรูปร่างเพียง 11 x 15 mm. หนาเพียง 1mm. โดยมีการกินไฟที่ต่ำมาก แต่มีความจุถึง 1GB โดยปัจจุบัน ค่ายมือถือและ PDA เกือบทุกค่าย ได้นำมาใช้กับมือถือของตน ในการเก็บข้อมูลทั้งโปรแกรมและสิ่งบันเทิงต่างๆ และนอกจากนี้การ์ดประเภทนี้สามารถใช้ adapter แปลงให้มาเป็น SD Card ได้อีกด้วย
8. MMC Micro
เป็นการพัฒนามาจาก MMC และ RS-MMC มีขนาดเป็น 1 ใน 3 ของ RS-MMC มีรูปร่าง 12 x 14 x 1.1 mm. ความเร็วในการอ่านอยู่ที่ 10 MB ต่อวินาที และเขียน 7 MB ต่อวินาที ซึ่งนับว่าเร็วมาก สามารถลบและเขียนซ้ำลงไปได้ประมาณ 100,000 ครั้ง ถูกออกแบบมาเพื่อใช้กับมือถือติดกล้อง Megapixelโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นลิขสิทธิ์ของ Samsung มีความจำขนาด 32MB 64MB และ 128MB มีกำหนดออกวางจำหน่ายต้นปี 2006 ครับ
9. SD-USB memory card
เป็นการพัฒนาของ SanDisk เพื่อจุดประสงค์ในการเสียบต่อความจำภายนอกโดยไม่ต้องผ่านอุปกรณ์เสริมต่างๆ เช่น การ์ดรีดเดอร์ อุปกรณ์ flash ต่างๆ เป็นต้น ซึ่งมีความเร็วในการอ่านและเขียนเร็วกว่า RS-MMC คือจะมีการอ่านที่ 8.04 MB/s และการเขียนที่ 6.83MB/s มีขนาดเท่า RS-MMC ทั้งขนาดและรูปร่าง แต่จะมีส่วนที่กลายเป็นช่องเสียบในที่เสียบ USB ของคอมพิวเตอร์หรือโน้ตบุ๊ก และอีกด้านหนึ่งเป็นที่เสียบเข้ากับอุปกรณ์ต่างๆที่ใช้เก็บหน่วยความจำ พูดง่ายๆ เหมือน handy drive นั่นเหละ แต่มันใช้ได้มากอุปกรณ์กว่า มีความจุสูงสุด 1GB คับ
10. xD Picture Card (xD Card)
เป็นหน่วยความจำที่บางมาก มีใช้ในกล้องดิจิตอลรุ่นเล็กของฟูจิ และโอลิมปัส ถือว่าเป็นสื่อบันทึกข้อมูลน้องใหม่ มีความน่าสนใจ แต่ยังมีใช้ไม่มากนัก จึงมีราคาสูงกว่าSD Card ทั่วไป
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น